..Today is
08.gif (4898 bytes)
sub-01.gif (3097 bytes)sub-02.gif (1067 bytes)

 

บทที่ 1

การอ่านออกเสียง สระและตัวสะกด

        1.1 การอ่านออกเสียง

a(อะ) i(อิ) u(อุ) e(เอะ) o(โอะ) - - -
ka(คะ) ki(คิ) ku(คุ) ke(เคะ) ko(โคะ) kya(เคียะ) kyu(คิว) kyo(เคียว)
sa(ซะ) shi(ชิ) su(ซุ) se(เซะ) so(โซะ) sha(ชะ) shu(ชู) sho(โช)
ta(ทะ) chi(จิ) tsu(ทซึ) te(เทะ) to( โทะ) cha(จะ) chu(จู) cho(โจ)
na(นะ) ni(นิ) nu(นุ) ne(เนะ) no(โนะ) nya(เนียะ) nyu(นิว) nyo(เนียว)
ha(ฮะ) hi(ฮิ) fu(ฟุ) he(เฮะ) ho(โฮะ) hya(เฮียะ) hyu(ฮิว) hyo(เฮียว)
ma(มะ) mi( มิ) mu(มุ) me(เมะ) mo(โมะ) mya(เมียะ) myu(มิว) myo(เมียว)
ya(ยะ) - yu(ยุ) - yo(โยะ) - - -
ra(ระ) ri(ริ) ru(รุ) re(เระ) ro(โระ) rya(เรียะ) ryu(ริว) ryo(เรียว)
ga(งะ) gi( งิ) gu(งุ) ge(เงะ) go(โงะ) gya(เงียะ) gyu(งิว) gyo(เงียว)
za(ซะ) zi(ซิ) zu(ซึ) ze(เซะ) zo(โซะ) ja(จะ) ju(จู) jo(โจ)
da(ดะ) - - de(เดะ) do(โดะ) - - -
ba(บะ) bi(บิ) bu(บุ) be(เบะ) bo(โบะ) bya(เบียะ) byu(บิว) byo(เบียว)
pa(ปะ) pi(ปิ) pu(ปุ) pe(เปะ) po(โปะ) pya(เปียะ) pyu(ปิว) pyo(เปียว)

 

 
  1.2 สระและตัวสะกดต่างๆ

สระแท้:
สระแท้ในภาษาญี่ปุ่นมี 5 สระ คือ a ออกเสียง อะ , i ออกเสียงว่า อิ , u ออกเสียงว่า อุ , e ออกเสียงว่า เอะ , o ออกเสียงว่า โอะ
ในกรณีที่มีสระแท้อยู่ติดกัน 2 ตัว ให้อ่านออกเสียงยาวเป็น 2 เท่า ของที่ไม่มีขีด ตัวอย่าง:  aa ออกเสียงยาวกว่า a เป็น 2 เท่า

สระผสม:
[ai ออกเสียง อะอิ จะได้เสียงคล้าย ไอ]    [au ออกเสียง อะอุ จะได้เสียงคล้าย เอา]    [ua ออกเสียง อุอะ จะได้เสียงคล้าย อัว]

ตัวสะกด:
n ออกเสียง
[อึง, อัง หรือ อัน]

  • n ถ้าเป็นพยางค์ตามท้าย ของคำมักจะอ่านออกเสียง -ง เช่น han, ton, men, wan, อ่านออกเสียงคล้าย ฮัง, ทง, เมง, วัง
    gohan (โงะฮัง) แปลว่า ชาม,  futon (ฟุทง) แปลว่า ผ้านวม raamen (ราเมง) แปลว่า บะหมี่ chawan  (ชาวัง) แปลว่า ชาม เป็นต้น

  • n ถ้าเป็นพยางค์นำหน้า มีพยางค์ตามท้ายของคำ มักจะอ่านออกเสียง -น เช่น kankou ( คังโค) แปลว่า ท่องเที่ยว tanjou (ทันโจ) แปลว่า กำเนิด hantai (ฮันไท) แปลว่า ตรงกันข้าม enryo (เอ็นเรียว) แปลว่า ความเกรงใจ เป็นต้น

  • n ถ้าเป็นพยางค์นำหน้ามีพยางค์ตามท้าย และพยางค์นั้นนำหน้าด้วย g หรือ k จะอ่านออกเสียง -ง เช่น senkai (เซ็งไค) แปลว่า ครั้งก่อน dango (ดังโงะ) แปลว่า ลูกชิ้น เป็นต้น

  • n ถ้าเป็นพยางค์นำหน้ามีพยางค์ตามท้าย และพยางค์นั้นนำหน้าด้วย n   จะอ่านออกเสียง -น เช่น sonna (ซนนะ) แปลว่า อย่างนั้น danna (ดานนะ) แปลว่า สามี เป็นต้น

  • n ถ้าเป็นพยางค์นำหน้ามีพยางค์ตามท้าย และพยางค์นั้นนำหน้าด้วย m, b, p   จะอ่านออกเสียง -ม เช่น sempai (เซ็มไป) แปลว่า รุ่นพี่ nanmai (นัมไม) แปลว่า กี่แผ่น  konban (คอมบัง) แปลว่า เมื่อคืน เป็นต้น

[p ออกเสียง - ป เช่น ippai อ่าน อิปไป]    [k ออกเสียง - ค เช่น ikkai อ่าน อิคไค]    [t ออกเสียง - ท เช่น ittai อ่าน อิทไท]

หมายเหตุ:
u   เมื่อเป็นอักษรลงท้าย ตามหลัง s ในคำบางคำ จะอ่านออกเสียง u ก็ได้หรือไม่ก็ได้ เช่น
desu ออกเสียง เดสึ หรือ เดส (des) ก็ได้
kimasu ออกเสียง คิมะสึ หรือ คิมัส (kimas) ก็ได้ 
tabemasu ออกเสียง ทะเบะมะสึ หรือ ทะเบะมัส (tabemas) ก็ได้ แต่ต้องออกเสียง s ด้วยคล้ายในภาษาอังกฤษ

ในบทนี้ก็คงพอแค่นี้ก่อน ฝึกพูดและจำให้คล่อง แล้วเรามาเจอกันอีกในบทต่อไปครับ บทที่ 2


หากท่านมีคำถาม, ข้อสงสัยหรืออยากคุยกับผมก็ตามทั้งเรื่องภาษาญี่ปุ่นหรือเรื่องอะไรก็ตาม เขียนมาหาผมได้ที่ variety@jobbees.com
 เป็นภาษาไทย หรือ โรมันจิก็ได้ ยินดีทุกเมื่อครับ

Table of Content:

บทที่ 1   การอ่านออกเสียง,ตัวสะกด, และ สระต่างๆ

บทที่ 2   ตัวเลข ในภาษาญี่ปุ่น

บทที่ 3   คำทักทายต่างๆ และการแนะนำตัว

บทที่ 4   คำแสดงความยินดี และแสดงความเสียใจ

บทที่ 5   ปีและเดือนในญี่ปุ่น

บทที่ 6   วันในญี่ปุ่น 

บทที่ 7   เวลาในญี่ปุ่น

บทที่ 8   บทสนทนาทางโทรศัพท์

บทที่ 9   การสนทนาเมื่อมีผู้มาเยือนที่บริษัท  


(C) Copyright 1999 Jobbees.com
Suggestions: webmaster@jobbees.com