จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่า
ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
มีทัศนะคติในการเลือกงานเหมือนๆกัน
จะต่างกันบ้างนิดหน่อยในบางจุดแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่..ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า
เหตุผลสำคัญที่สุดในการเลือกงานของทุกคนคือ
เรื่อง ลักษณะของงาน
รองลงมาก็ เรื่อง เงินเดือน
รายได้ ..สองเรื่องนี้ดูจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด..
บางท่านอาจสงสัยว่า..เอ..ทำไมในช่วงเศรษฐกิจอย่างนี้
ยังคิดที่จะมานั่งเลือกลักษณะของงานกันอีก....
แบบสอบถามที่เราถามนั้น
ผู้ตอบจะตอบจากความเป็นจริงจากในใจที่คิด..ซึ่งในบางครั้งอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงของปัจจุบัน
ที่เขาอาจยังไม่มีโอกาสเลือก...
ครับ..แน่นอนถ้าตกงานมีภาระใช้จ่ายอยู่
คงไม่มีใครมานั่งเลือกงานให้ตรงตามที่ตนต้องการหลอกครับ..งานอะไรก็ต้องทำไปก่อน..แต่ถ้าเขาพอขยับขยายหางานที่เหมาะได้ซิครับ..เขาจะอยู่กับเราต่อหรือไม่นั้น
มันก็ขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย....ดังนั้นผมจึงยังเห็นความสำคัญของประโยคยอดฮิตที่ว่า
Put the right man on the right job
นั้นยังจำเป็นอยู่
ถ้าหากเราต้องการให้คนนั้นอยู่กับเรานานๆ..
เราลองลงมาดูลึกๆกันอีกซักหน่อยดีไม๊ครับ..ว่าตัวเลขแสดงให้เราเห็นอะไรได้อีก
..ดูจากภาพรวมแยกตามอายุแล้ว
จะเห็นว่า
ความสัมพันธ์ของ ลักษณะงาน
กับ เงินเดือน รายได้
นั้นน่าสนใจ...คือ
เมื่ออายุมากขึ้น
จะให้ความสำคัญของ ลักษณะงาน
ลดลงเรื่อยๆ ..แต่ในทางกลับกัน
จะให้ความสำคัญของ เงินเดือน
รายได้ มากขึ้นเรื่อยๆ
เช่นกัน..อันนี้คงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้
นอกจาก อายุมากขึ้น
ภาระหน้าที่ทางด้านการเงินก็ต้องมากขึ้นตามลำดับ
การเปลี่ยนงานแต่ล่ะครั้งคงต้องให้น้ำหนักกับรายได้มากขึ้น..ส่วนลักษณะของงานที่ให้น้ำหนักลดลง
คงไม่ใช่เพราะว่า
ทำงานอะไรก็ได้..แต่คงเป็นเพราะการที่มีประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
ได้ทำงานมาระยะหนึ่งและค้นพบลักษณะงานที่ตัวเองเหมาะสมแล้ว
การเปลี่ยนงานแต่ล่ะครั้งก็คงไม่ต้องไปห่วงตรงนี้มากนักแล้ว
เพราะผู้ว่าจ้างเองก็คงดูจากประวัติการทำงานในการรับด้วยเช่นกัน
ว่าเหมาะสมหรือไม่..ไม่เหมือนผู้ที่เริ่มทำงานใหม่ๆ
ที่ต้องใช้เวลาในการค้นหาตัวตนและลักษณะงานที้เหมาะสมกับตัวเอง..
ถ้าจะมาสังเกตให้ลึกไปอีกนิดหน่อย
ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย...จะมีข้อแตกต่างอยู่นิดเดียวคือ
ตัวเลขของผู้หญิงที่อายุ
30 ปี ขึ้นไป
ในส่วนของลักษณะงานกลับเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
และในรายได้ก็
ลดลงนิดหน่อย เช่นกัน...
อาจจะไม่มากมายจนโดดเด่นชัดเจนนัก..แต่ถ้าจะให้วิเคราะห์ดูแล้วนั้น..อาจเป็นมองได้
2 ประการ ..ประการแรก คือ
ผู้หญิง ช่วงอายุ 30 ปี
ขึ้นไป
เริ่มมีครอบครับกันแล้ว
คงอยากใช้เวลาดูแลครอบครัวมากขึ้น
จึงไปให้น้ำหนักกับลักษณะงานและส่วนอื่นๆ
ที่จะทำให้มีเวลาให้ครอบครัวได้มากขึ้น
ก็เป็นได้...
ประการที่สอง คือ
ในสมัยนี้ผู้หญิงมีสิทธิ
และความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย
ผู้หญิงเองก็คงต้องการมีบทบาทที่มากขึ้นในการทำงาน
จึงให้น้ำหนักของลักษณะงานที่จะทำขึ้นมาบ้าง
เพื่อที่จะได้มีโอกาสแสดงความสามารถได้เต็มที่..
คราวนี้มาพูดถึงตัวเลือกที่ถูกเลือกมากเป็นอันดับสาม
บรรยากาศที่ทำงาน
..อาจจะห่างมากจากอันดับหนึ่งและสอง..แต่ก็มีตัวเลขที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน..จะเห็นได้ว่าผู้ชายจะให้ความสำคัญของบรรยากาศในการทำงานมากกว่าผู้หญิง
โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเข้าทำงานใหม่...ส่วนฝ่ายหญิงจะเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเมื่อทำงานได้ซักระยะหนึ่ง..แต่เมื่อถึงไว
30 ขึ้นไป..จะลดความสำคัญของบรรยากาศในที่ทำงานลงอย่างเห็นได้ชัด..ต่อมาคือ
อันดับที่สี่ ชื่อเสียงของบริษัท
..อันนี้ค่อนข้างน่าสนใจมาก..จะเห็นได้ว่าผู้หญิงจะให้ความสำคัญในข้อนี้มากกว่าผู้ชาย..และจะมากขึ้นๆ..เมื่อมีอายุมากขึ้น..โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุ
30 ปีขึ้นไป...จะให้ความสำคัญถึงข้อนี้ถึง
10.45% ...มากกว่าบรรยากาศในที่ทำงานกว่าเท่าตัว...ผมเองก็ยังไม่กล้าฟันธงเหตุผลของคำตอบที่แน่นอนไม่ได้ว่าเพราะอะไร..จึงได้ทำการสัมภาษณ์พิเศษกับผู้หญิงกลุ่มนี้
สี่ห้าราย
เพื่อหาข้อเท็จจริง...ก็ได้รับฟังเหตุผลข้อหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากจากบางท่านว่า..สมัยนี้ผู้หญิงได้รับการยอมรับจากสังคมว่ามีความสามารถเท่าเทียมกับผู้ชายก็จริง..แต่โดยลึกๆแล้วยังมีปัญหาเรื่องการยอมรับอยู่..ปากอาจจะบอกว่าเท่า
แต่ใจไม่คิด..ผู้หญิงในวัยนี้ต่างก็มั่นใจในความสามารถของตัวเอง..ว่าสามารถขึ้นมายืนเป็นผู้บริหารได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ไม่แพ้ผู้ชาย..แต่บางคนอาจไม่ยอมรับในใจ..ยกตัวอย่างเช่น..ผู้หญิงคนหนึ่ง
ได้เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ไม่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง..ก็อาจจะถูกปรามาศว่า..
โถ๋!!
ก็อีแค่บริษัทเล็กๆ
ใครๆก็เป็นได้
จะเก่งกาจขนาดไหนกันเชียว
...แต่ถ้าได้เป็นผู้บริหารของบริษัทที่มีชื่อเสียง..คำปรามาศเหล่านี้จะหมดไป..และสามารถยืดอกทัดเทียมผู้ชายได้อย่างไร้ข้อกังขา....
จริงๆแล้วผมว่า
อาจจะมีเหตุผลอื่นๆด้วย..แต่ผมว่าเหตุผลนี้น่าสนใจทีเดียว
ว่าไหมครับ...
ส่วนอันดับท้ายๆ..เรื่อง
การเดินทาง
และ
จำนวนและเวลาทำงาน
นั้นก็น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน..ยกตัวอย่างเช่นจะเห็นว่าผู้หญิงจะให้ความสำคัญในการเดินทางไปทำงานมากกว่าผู้ชาย..
อันนี้เป็นเรื่องจริงเลยครับ..จากการที่ได้อยู่ในแวดวงนี้มานาน
เคยสัมภาษณ์บุคลากรมานับไม่ถ้วน..ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีติดปัญหาเรื่องการเดินทางกันมาก..ส่วนผู้ชายไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปัญหานี้มากนัก...ส่วนในเรื่องวันและเวลาทำงาน..ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงจะให้ความสนใจในข้อนี้น้อยกว่าผู้ชายเล็กน้อยจริงๆเช่นกัน..
จากผลการสำรวจคราวนี้..สรุปได้
.. เงิน
ถึงแม้จะเป็นปัจจัยสำคัญ
แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักของทุกคน
ในการเลือกเข้าทำงาน...โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง..ที่ต่างก็กำลังมองหางานที่ชอบและเหมาะกับตัวเอง..
หลายท่านอาจคิดว่า
การให้รางวัลแก่พนักงานหรือโปรโมทนั้น
ก็คือ
การให้การขึ้นเงินเดือนหรือโบนัส
ก็เพียงพอแล้ว..อาจถูกต้องส่วนหนึ่งครับ..แต่ผมคิดว่าพนักงานหลายคนนอกจากความพอใจในเงินเดือนแล้ว..คงยังมองหา..ความก้าวหน้า..ความรับผิดชอบที่มากขึ้น..สิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
หรือแม้กระทั่งความท้าทายที่มากขึ้นในหน้าที่อื่นๆที่ต่างออกไป..เพราะถ้าพนักงานผู้นั้นมีความสามารถ
เรื่องเงินเดือน
ที่อื่นก็ให้เขาได้....
การหาพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน
นั้นยาก..แต่การรักษาให้เขาอยู่กับเรานานๆ
นั้นยิ่งยากกว่ามากครับ..ผมจึงเห็นถึงความสำคัญของคำว่า
Put the right man on the right
job
ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น..นอกเหนือจากนี้แล้ว..ยังคงต้องมีข้ออื่นๆมาประกอบอีกเช่น..ความมั่นคง
(ที่เขาสามารถฝากอนาคตได้)
เจ้านาย ความยุติธรรม
บรรยากาศในการทำงาน
เพื่อนร่วมงาน
การเดินทาง
วันเวลาทำงาน และอื่นๆ ....ถ้ามีให้ขนาดนี้แล้ว
คงยากที่ใครจะมาดึงเขาไปทำงานที่อื่นได้ครับ..
สุดท้ายนี้
ก็ขอให้ทุกท่านระวังเรื่องสุขภาพ
เนื่องจากช่วงนี้หน้าฝน
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ก็ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง
ไม่เจ็บไม่ไข้...ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ..มีความสุขทุกๆคนน๊ะครับ..แล้วพบกันอีกในเดือนหน้าครับ....
ทีมงาน Jobbees.com