
การเตรียมตัวสำหรับตำแหน่งฝ่ายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศIV.
เริ่มการสัมภาษณ์
เมื่อเข้าไปในห้องสัมภาษณ์
ไม่ควรนั่งก่อนที่ผู้สัมภาษณ์จะเชิญให้นั่ง
และในกรณีที่ท่านนั่งอยู่ก่อนแล้วควรลุกขึ้นเมื่อผู้สัมภาษณ์เดินเข้ามาเพื่อเป็นการให้เกียรติ
ถ้าเป็นบริษัทญี่ปุ่นตำแหน่งที่นั่งสำคัญมาก
ควรนั่งในตำแหน่งที่หันหน้าไปทางประตูทางออกทุกครั้งที่สามารถทำได้
เริ่มการสัมภาษณ์ควรทำตัวให้สบายๆอย่าเครียดหรือตื่นเต้นมากนัก
ความเครียดและอาการตื่นเต้นคืออาการที่เป็นอุปสรรคและเห็นได้บ่อยที่สุดในการสัมภาษณ์งาน
ทำให้ความสามารถทั้งในการฟังและการตอบคำถามต่างๆลดลง
หรือผิดพลาดได้
ผมได้เห็นคนที่ไม่ผ่านสัมภาษณ์เพราะตื่นเต้นมากมาย
ทั้งๆที่มีความสามารถ
แต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้
วิธีหนึ่งที่จะลดอาการตื่นเต้นได้คือการสูดหายใจลึกๆ
เพื่อออกซีเจนจะได้ไปเลี้ยงสมองและทำให้สมองสั่งงานได้ดีขึ้น
การตอบคำถามควรตอบให้มีน้ำเสียงที่ชัดเจน
ถ้าสัมภาษณ์เป็นภาษาต่างประเทศให้ฟังให้ชัดเจนและเข้าใจก่อนจึงค่อยตอบ
ถ้าไม่เข้าใจก็ควรถามให้เข้าใจก่อนแล้วจึงค่อยตอบ
เพราะในสายงานนี้บางทีอาจมีคำศัพท์เทคนิคมาก
การไม่ฟังคำถามให้ชัดเจนแล้วตอบไปคนละเรื่องจะทำให้ผู้สัมภาษณ์เบื่อ
และไม่อยากถามต่อ
และการตอบคำถามในทุกคำถามต้องตอบแบบมั่นใจอย่าลังเลหรืออึกอัก
ส่วนใหญ่ในการสัมภาษณ์จะเริ่มจากประวัติการศึกษาก่อน
คำถามส่วนมากจะถามว่าทำไมถึงเลือกเรียนสาขานี้
หรือถ้าท่านจบไม่ตรงกับสายงาน
ก็อาจจะถามว่า
จบมาทางนี้ทำไมถึงอยากทำงานด้านนี้
ควรเตรียมคำตอบให้ดีๆ
ไม่ควรตอบว่าเพราะหางานในสาขาที่จบไม่ได้
ต่อไปก็อาจจะถามถึงปรกติทำงานในบริษัทต่างๆ
ที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง
ให้อธิบายให้ชัดเจนอย่ายืดยาว
และไม่สั้นจนเกินไป
จุดสำคัญที่ต้องถูกถามคือ
ทำไมจึงออกจากบริษัทที่ผ่านๆมา
ก็ควรตอบความจริงและหลีกเลี่ยงการให้ร้ายหรือกล่าวโทษบริษัทเก่าหรือผู้บริหาร
ถ้าจำเป็นจริงๆให้พูดบ้าง
แต่ไม่ควรออกไปในรูปนินทาว่าร้าย
ให้พูดด้วยเหตุผลและดูน่าเห็นใจ
คำถามที่ควรทำการบ้านไปคือ
ท่านรู้จักบริษัทของผู้สัมภาษณ์ขนาดไหน
อย่างไรและทำไมถึงสนใจมาสมัครเข้าทำงาน
ก็ให้ตอบไปพร้อมเสริมคำชมที่เตรียมไว้บ้าง
บางทีที่ท่านมีประสบการณ์มาไม่ค่อยตรงนักแต่อาจพอใช้กันได้นั้น
ผู้สัมภาษณ์อาจถามให้แน่ใจว่าท่านมั่นใจว่าทำงานนี้ได้ไหมถึงท่านไม่มั่นใจก็ไม่ควรตอบทำทีท่าลังเลอึกอักดูเหมือนว่าไม่มั่นใจ
อันนี้ผมก็เห็นมามาก หลุดทันที
ควรตอบว่าถ้าได้รับโอกาสจะพยายามอย่างเต็มความสามารถ
คำถามที่ควรระวังอีกอย่างคือ
ท่านคิดจะทำงานที่นี่นานไหม
นักศึกษาจบใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์น้อย
ส่วนใหญ่ที่อยากทำงาน 2-3
ปีแล้วจะไปเรียนต่อก็จะตอบอย่างที่คิด
ก็เป็นอันจบกัน
แบบนี้ผมเห็นมามากพอสมควร
บางคนอาจบอกว่าก็ตอบตามความจริง
แต่มันเป็นความจริงที่ทำให้ท่านไม่ได้งาน
เพราะคงไม่มีบริษัทไหนที่จะรับพนักงานที่มีแผนจะลาออกอยู่แล้ว
โดยเฉพาะสายงานนี้กว่าจะฝึกคนให้มีคุณภาพดีได้ต้องใช้เวลานาน
และควรเตรียมตัวให้พร้อมถ้าหากมีการทดสอบทางด้านเทคนิค
ทั้งตอบคำถามและให้ทดลองปฏิบัติการจริงในระบบนั้นๆ
ต้องไม่ลังเล
และมีท่าทางพร้อมหรือจะบวกความสนใจหรือกระหายที่จะหยากจะลองระบบของบริษัทนั้นได้ยิ่งดูดีมากขึ้น
แต่ต้องไม่กระหายจนเกินเหตุจนดูน่าเกลียด
เพราะทางบริษัทอาจคิดว่าเป็นคนของคู่แข่งส่งมาได้
และถ้าเตรียมผลงานต่างๆที่เคยทำมาของตัวเองไปด้วยก็จะยิ่งดี
เผื่อมีโอกาสได้แสดงให้ทางบริษัทได้รับชม
แต่อย่าให้มากจนพลุงพลังน่าเกลียด
ข้อสุดท้ายที่ควรระวัง
ในสายงานนี้แน่นอนส่วนใหญ่จะต้องทำงานประสานกับคนหลายสายงาน
เช่นถ้าเป็น Programmer, System Analyst, System Engineer หรือ ดูแลในระบบต่างๆ
ก็ต้องทำงานประสานกับ User จากฝ่ายต่างๆของบริษัท
หรือลูกค้าของบริษัท
ต้องมีบุคลิกที่ไม่แข็งหรือรักสันโดษจนเกินไป
ต้องมีบุคลิกที่พอเข้ากับคนได้
แต่ก็คงไม่ต้องถึงขนาดเท่ากับฝ่ายขายหรือการตลาด
และถ้าเป็นงานที่ต้องดูแลลูกค้าด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
ต้องใช้ความอดทนสูง
เพราะจะทำของให้เขาใช้กว่าจะให้เขาถูกใจต้องสื่อสารกันให้ดี
เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก
แก้แล้วแก้อีก
บุคลิกนี้ก็สำคัญอันนี้ยอมรับว่าแนะนำลำบากจริงๆว่าจะทำอย่างไรเพราะแต่ละคนต่างกัน
ก็ได้แค่เตือนให้ระวังไว้เป็นพิเศษเท่านั้น
|