Better Easier Effectiveness Services on Net
Today is
 
       

 

Content

Lesson 21 : คำช่วย


- บทที่ 1-20
- บทที่ 21-40




ดูการอ่านและสะกดคำ
ภาษาญี่ปุ่นได้ที่นี่ครับ





J-Board 
เว็บบอร์ดสำหรับ
คนรักภาษาญี่ปุ่น


สมัครสมาชิก
เพื่อรับข่าวสาร
กรุณากรอก e-mail
ของคุณด้วยครับ

E-mail Address:



บทที่ 21
"คำช่วย"

สวัสดีครับ  วันนี้จะอธิบายเกี่ยวกับคำช่วยนะครับ ในภาษาญี่ปุ่นมีคำช่วยเยอะแยะ เพื่อนๆคงจะปวดหัวมาก แต่คำช่วยนั้นมีบทบาทสำคัญในภาษาญี่ปุ่น เมื่อใช้คำช่วยอย่างถูกต้องได้แล้ว ท่านคงจะตกใจแน่ๆ เพราะเพียงแต่ เปลี่ยนคำช่วยตัวเดียว ความรู้สึกของผู้พูดจะเปลี่ยนไป เมื่อถึงระดับพอสมควรแล้วแต่หากยังใช้วิธีแบบจำคำศัพท์อย่างเดียว ความสามารถก็คงจะไม่พัฒนาขึ้นมากกว่านั้น ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแต่มันน่าจะรวมถึงความรู้สึกด้วยนะครับ

 


1. 
  ano-hito wa nihon-jin desu
2. 
ano-hito mo nihon-jin desu

ท่านที่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นแม้นิดเดียว คงจะเข้าใจความแตกต่างของตัวอย่างข้างบนนี้
ประโยค(1)ใช้คำช่วย
  wa  แปลว่า เขาเป็นคนญี่ปุ่น 
ประโยค(2)ใช้คำช่วย
mo  แปลว่า เขาก็เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน


1. watashi wa sakana o tabemasu
2.
watashi wa sakana mo tabemasu
3.
watashi mo sakana o tabemasu

ความแตกต่างของสามประโยคนี้ เข้าใจไหมครับ 
ประโยค(1) เพียงแต่บอกว่าฉันจะทานปลา 
ประโยค(2) แปลว่า ฉันทานปลาด้วย ซึ่งมีความหมายว่าฉันทานเนื้อ ทานผัก และทานปลาด้วย 
ส่วนประโยค(3) แปลว่า ฉันก็ทานปลา ซึ่งมีความหมายว่าคนนี้ทานปลา คนนั้นก็ทานปลา และตัวเองก็ทานปลา


1.  watashi wa depaato e ikimasu
2.
  watashi mo depaato e ikimasu
3.
  watashi wa depaato mo ikimasu
4.
  watashiwa depaato wa ikimasu

ประโยค(1) เพียงแต่บอกว่าฉันจะไปห้างสรรพสินค้า 
ประโยค(2) ฉันก็ไปห้างสรรพสินค้า 
ซึ่งมีความหมายว่าคนนี้ไปห้างสรรพสินค้า คนนั้นก็ไปห้างสรรพสินค้า และฉันก็ไปห้างสรรพสินค้า 
ประโยค(3) แปลว่า ฉันจะไปห้างสรรพสินค้าด้วย
ซึ่งมีความหมายว่าไปที่ไหนสักแห่ง(ร้านอาหารก็ดีโรงพยาบาลก็ดี) และไปห้างสรรพสินค้าด้วย 
ประโยค(4) ตรงกันข้ามของประโยค(3) คือ มีความหมายว่า ไม่ไปไหน แต่จะไปห้างสรรพสินค้าที่เดียว 


1.   kono kamera wa juu-man-en wa shimasu
2.
   kono kamera wa juu-man-en mo shimasu

ประโยค(1) แปลว่า กล้องถ่ายรูปนี้ต้องมีราคาแสนเยนเป็นอย่างน้อย 
ซึ่งมีความหมายว่าผู้พูดไม่รู้ราคาแน่นอน แต่รู้ว่าแพง ต้องมีราคาแสนเยนเป็นอย่างน้อย 
ประโยค(2) แปลว่า กล้องถ่ายรูปนี้มีราคาตั้งแสนเยน ซึ่งเน้นว่าเป็นกล้องถ่ายรูปที่แพงมาก 

ความแตกต่างของสองประโยคนี้ คือ 
ประโยค(1) ผู้พูดไม่รู้ราคาแน่นอน เพียงแต่รู้ว่าราคาแพง 
ประโยค(2) ผู้พูดรู้ราคาแน่นอน


.........เป็นอย่างไรครับ เพียงแต่เปลี่ยนคำช่วยตัวเดียว ความหมายก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย ในบทเรียนนี้ ผมใช้คำศัพท์ที่ง่ายๆ คำศัพท์ง่ายๆ แต่หากใช้คำช่วยอย่างถูกต้อง ขอบเขตการใช้ภาษาก็ขยายขึ้น ในภาษาญี่ปุ่นมีคำช่วยเยอะแยะ แต่ขอให้เพื่อนๆ มองในแง่ที่ดีนะครับ จำคำศัพท์อย่างเดียว ความสามารถก็ไม่พัฒนาขึ้น เรียนทฤษฎีในโครงสร้างภาษาญี่ปุ่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่หากคิดมากไปหน่อย คงจะใช้คำช่วยอย่างถูกต้องไม่ได้  คิดและใช้ความรู้สึก ด้วยนะครับ..........

Update บทที่ 22 'tokoro'

หากท่านมีคำถามก็สามารถที่จะส่ง e-mail มาหาผมได้นะครับ แต่ผมต้องขออภัยล่วงหน้าถ้าบางทีไม่สามารถที่จะตอบต่อทุกคำถามได้ เอาเป็นว่า ถ้ามีคำถามที่น่าสนใจหรือเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านแล้วล่ะก็ ผมก็จะยกมาไว้เป็นหัวข้อ ณ ที่นี่นะครับ    saito@jobbees.com  แล้วพบกันใหม่ สัปดาห์หน้านะครับ

  © Copyright 1999 -2004  Jobbees.com (Thailand) Co., Ltd.
For more information Tel :  02-712-7
047, Fax : 02-3812520 ,02-7128797
Suggestion: webmaster@jobbees.com
statistic.ws