1.2
สระและตัวสะกดต่างๆ
สระแท้:
สระแท้ในภาษาญี่ปุ่นมี
5 สระ คือ a ออกเสียง อะ , i
ออกเสียงว่า อิ , u ออกเสียงว่า อุ , e
ออกเสียงว่า เอะ , o ออกเสียงว่า
โอะ
ในกรณีที่มีสระแท้อยู่ติดกัน 2
ตัว ให้อ่านออกเสียงยาวเป็น 2
เท่า ของที่ไม่มีขีด ตัวอย่าง:
aa
ออกเสียงยาวกว่า a เป็น 2
เท่า
สระผสม:
[ai ออกเสียง อะอิ
จะได้เสียงคล้าย ไอ]
[au ออกเสียง อะอุ
จะได้เสียงคล้าย เอา]
[ua ออกเสียง อุอะ
จะได้เสียงคล้าย อัว]
ตัวสะกด:
n ออกเสียง [อึง, อัง หรือ อัน]
-
n
ถ้าเป็นพยางค์ตามท้าย
ของคำมักจะอ่านออกเสียง -ง เช่น han, ton, men, wan,
อ่านออกเสียงคล้าย ฮัง, ทง, เมง,
วัง
gohan (โงะฮัง) แปลว่า ชาม, futon (ฟุทง)
แปลว่า ผ้านวม raamen (ราเมง) แปลว่า
บะหมี่ chawan (ชาวัง) แปลว่า ชาม
เป็นต้น
-
n
ถ้าเป็นพยางค์นำหน้า
มีพยางค์ตามท้ายของคำ
มักจะอ่านออกเสียง -น
เช่น kankou ( คังโค) แปลว่า
ท่องเที่ยว tanjou (ทันโจ) แปลว่า
กำเนิด hantai (ฮันไท) แปลว่า
ตรงกันข้าม enryo (เอ็นเรียว) แปลว่า
ความเกรงใจ เป็นต้น
-
n
ถ้าเป็นพยางค์นำหน้ามีพยางค์ตามท้าย
และพยางค์นั้นนำหน้าด้วย g หรือ k
จะอ่านออกเสียง -ง เช่น senkai (เซ็งไค) แปลว่า
ครั้งก่อน dango (ดังโงะ) แปลว่า
ลูกชิ้น เป็นต้น
-
n
ถ้าเป็นพยางค์นำหน้ามีพยางค์ตามท้าย
และพยางค์นั้นนำหน้าด้วย n
จะอ่านออกเสียง -น เช่น sonna (ซนนะ) แปลว่า
อย่างนั้น danna (ดานนะ) แปลว่า สามี
เป็นต้น
-
n
ถ้าเป็นพยางค์นำหน้ามีพยางค์ตามท้าย
และพยางค์นั้นนำหน้าด้วย m, b, p
จะอ่านออกเสียง -ม เช่น sempai (เซ็มไป)
แปลว่า
รุ่นพี่ nanmai (นัมไม) แปลว่า
กี่แผ่น konban (คอมบัง) แปลว่า
เมื่อคืน เป็นต้น
[p ออกเสียง - ป
เช่น ippai อ่าน อิปไป]
[k ออกเสียง - ค
เช่น ikkai อ่าน อิคไค]
[t ออกเสียง - ท
เช่น ittai อ่าน อิทไท]
หมายเหตุ:
u
เมื่อเป็นอักษรลงท้าย ตามหลัง s
ในคำบางคำ จะอ่านออกเสียง u
ก็ได้หรือไม่ก็ได้ เช่น
desu ออกเสียง
เดสึ หรือ เดส (des) ก็ได้
kimasu ออกเสียง คิมะสึ หรือ คิมัส (kimas)
ก็ได้
tabemasu ออกเสียง ทะเบะมะสึ หรือ
ทะเบะมัส (tabemas) ก็ได้
แต่ต้องออกเสียง s
ด้วยคล้ายในภาษาอังกฤษ
ในบทนี้ก็คงพอแค่นี้ก่อน
ฝึกพูดและจำให้คล่อง
แล้วเรามาเจอกันอีกในบทต่อไปครับ
บทที่ 2
|