..Today is
08.gif (4898 bytes)
sub-01.gif (3097 bytes)sub-02.gif (1067 bytes)

 

บทที่ 8

การสนทนาทางโทรศัพท์

ครับตามคำเรียกร้องที่มีเข้ามามากมายเหลือเกินว่า ประสบกับปัญหาเวลาที่มีชาวญี่ปุ่นโทรเข้ามาที่ทำงาน บางคนก็ภาษาอังกฤษไม่ได้คุยกันไม่รู้เรื่องเลย อยากได้บทเรียนเกี่ยวกับการโต้ตอบทางโทรศัพท์ ก็คงต้องเป็นไปตามคำขอ ตามสุภาษิตไทยที่ผมทราบมาว่า "ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่   สอนภาษาให้หน้าดูต้องตามใจคนเรียน" มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ โดยบทนี้จะเริ่มจากโต้ตอบง่ายๆเมื่อมีคนโทรมาหาเพื่อขอสายคนในที่ทำงาน เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมจะแบ่ง สถานการณ์ออกเป็น 3 สถานการณ์หลักๆ ตามเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน และสถานการณ์ที่มีผู้เขียนมาถามบ่อยๆ ดังต่อไปนี้

1) เมื่อมีคนโทรเข้ามาขอสายคนในบริษัท และผู้นั้นอยู่จึงทำการโอนสายให้

2) เมื่อมีคนโทรเข้ามาขอสายคนในบริษัท แต่ผู้นั้นไม่อยู่ที่โต๊ะ ติดประชุม ไปธุระข้างนอก หรือลาไม่มาทำงาน จึงขอชื่อและเบอร์โทรเพื่อให้ต่อกลับ

และผมจะกำหนด “ A “ แทน ผู้ที่รับโทรศัพท์     และ “ B “ แทน ผู้ที่โทรเข้ามา   ส่วนหมายเลขต่างๆที่อยู่ข้าง A และ B ก็จะกำหนดกลุ่มของประโยคสนทนาในช่วงจังหวะต่างๆ ตามลำดับของการสนทนา


 
1) เมื่อมีคนโทรเข้ามาขอสายคนในบริษัท และผู้นั้นอยู่จึงทำการโอนสายให้

A1Moshi Moshi , ITOYA de gozaimasu. ( โมชิ โมชิ อิโตะยะ เดะ โงะไซมัส)
          สวัสดีค่ะ(ครับ) ที่นี่ อิโตะยะ(ชื่อบริษัทหรือร้าน) ค่ะ(ครับ)

B1 ITO san irasshai masu ka ? ( อิโตะซัง อิรัชชัยมัส กะ) หรือ 
           ITO san onegai shimasu ( อิโตะซัง โอะเนงัย ชิมัส)
           คุณอิโตะอยู่ไหมครับ    หรือ   ขอพูดกับคุณอิโตะหน่อยครับ

A2 : Sumimasen ga dochirssama deshouka ? 
      
( ซูมิมาเซ็ง งะ โดจิราซามาเดโช- กะ ) หรือ Dochirasama deshouka ? เฉยๆก็ได้
         ขอโทษค่ะ(ครับ) ไม่ทราบว่าจากที่ไหนค่ะ(ครับ) ?

B2 : Thai Mitsuwa no KATO desu.  ( ไทยมิซูวะ โนะ คาโตะ เดส)
         ผมชื่อ คาโตะ จาก ไทยมิซูวะ (ชื่อบริษัท) ครับ

A3 : Hi , Shoushou omachi kudasai.  ( ไฮ , โช-โช- โอะมะจิ คุดาไซ )
         ค่ะ(ครับ) กรุณารอสักครู่ค่ะ(ครับ)

แล้วก็โอนสายได้เลย ในบางครั้งก่อนที่จะเอ่ยว่าขอพูดกับใคร ทางผู้โทรมาอาจจะบอกชื่อและบริษัทของตัวเองมาก่อนเลยก็ได้ เช่น

B1 : Thai Mitsuwa no KATO desuga , ITO san irasshai masu ka ? 
        
( ไทยมิซูวะ โนะ คาโตะ เดสงะ ,  อิโตะซัง อิรัชชัยมัส กะ)
         ผมชื่อ คาโตะ จาก ไทยมิซูวะ (ชื่อบริษัท) ครับ , คุณอิโตะอยู่ไหมครับ ?

อันนี้ต้องฟังและจำให้ทัน ถ้าจำทันก็ไม่ต้องพูดประโยค A2 แล้ว ข้ามไปประโยค A3 แล้วโอนสายได้เลย แต่ส่วนใหญ่คนไทยถ้าไม่ใช่ชื่อที่ได้ยินบ่อยจะฟังไม่ทันก็ควรถามให้เขาทวนชื่อใหม่อีกครั้ง โดย

A2 : Sumimasenga mou ichido o namae wo onegaishimasu.  
     
  ( ซุมิมาเซ็งงะ โม- อิจิโดะ โอะ นามาเอะ โวะ โอะเนงัยชิมัส )
        ขอโทษค่ะ(ครับ) กรุณาบอกชื่ออีกครั้งด้วยค่ะ(ครับ)

ทางผู้พูดก็คงจะพูดอีกครั้งและก็คงช้าลง ก็ฟังและจดให้ดีๆ แล้วจึงไปประโยค A3 ต่อได้เลย

 


 
2) เมื่อมีคนโทรเข้ามาขอสายคนในบริษัท แต่ผู้นั้นไม่อยู่ที่โต๊ะ ติดประชุม ไปธุระข้างนอก หรือลาไม่มาทำงาน จึงขอชื่อและเบอร์โทรเพื่อให้ต่อกลับ

A1Moshi Moshi , ITOYA de gozaimasu.  ( โมชิ โมชิ อิโตะยะ เดะ โงะไซมัส)
         สวัสดีค่ะ(ครับ) ที่นี่ อิโตะยะ(ชื่อบริษัทหรือร้าน) ค่ะ(ครับ)

B1 ITO san irasshai masu ka ? ( อิโตะซัง อิรัชชัยมัส กะ
          หรือ 
ITO san onegai shimasu  ( อิโตะซัง โอะเนงัย ชิมัส)
          คุณอิโตะอยู่ไหมครับ    หรือ   ขอพูดกับคุณอิโตะหน่อยครับ

( เหมือนกับใน ข้อ 1 ) แต่ A2 อาจแบ่งได้ต่างกันหลายกรณีดังนี้

A2(1) : ITO wa tadaima seki wo hazushite imasu , 
            Sumimasenga dochirasama deshou ka ?
              ( อิโตะ วะ ทะไดมะ เซกิ โวะ ฮะซึชิเต๊ะโอะริมัส , ซูมิมาเซ็ง งะ โดจิราซามาเดโช- กะ )
 
              คุณอิโตะ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะค่ะ(ครับ) , ขอโทษค่ะ(ครับ) ไม่ทราบว่าจากที่ไหนค่ะ(ครับ) ?

A2(2) : ITO wa tadaima kaigi chuu desu , 
           Sumimasenga dochirasama deshou ka ?
              ( อิโตะ วะ ทะไดมะ ไคงิ จู- เดส , ซูมิมาเซ็ง งะ โดจิราซามาเดโช- กะ )
 
             คุณอิโตะ ตอนนี้ประชุมอยู่ค่ะ(ครับ) , ขอโทษค่ะ(ครับ) ไม่ทราบว่าจากที่ไหนค่ะ(ครับ) ?

A2(3) : ITO wa tadaima gaishutsu shite orimasu , 
           Sumimasenga dochirasama deshou ka ?
              ( อิโตะ วะ ทะไดมะ ไงชุทซึ ชิเต๊ะ โอะริมัส , ซูมิมาเซ็ง งะ โดจิราซามาเดโช- กะ )
              คุณอิโตะ ตอนนี้ออกไปธุระข้างนอกค่ะ(ครับ) , ขอโทษค่ะ(ครับ) ไม่ทราบว่าจากที่ไหนค่ะ(ครับ) ?

A2(4) : ITO wa honjitsu oyasumi wo itadaite orimasu , 
           Sumimasenga dochirasama deshou ka ?
              ( อิโตะ วะ ฮอนจิทซึ โอะยาซึมิ โวะ อิตะไดเต๊ะ โอะริมัส , ซูมิมาเซ็ง งะ โดจิราซามาเดโช- กะ )
 
             คุณอิโตะ วันนี้ลาหยุดค่ะ(ครับ) , ขอโทษค่ะ(ครับ) ไม่ทราบว่าจากที่ไหนค่ะ(ครับ) ?

 จะเห็นได้ว่า ในสนทนากับลูกค้าหรือคนอื่น คนญี่ปุ่นจะไม่ใส่คำว่า San (ซัง) ที่แปลว่าคุณ หลังชื่อ ในกรณีที่เอ่ยถึงบุคคลที่อยู่ในบริษัทเดียวกันเวลาสนทนากับลูกค้าหรือคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าคนนั้นจะเป็นเจ้านายหรือผู้บริหารก็ตาม

B2 : Thai Mitsuwa no KATO desu.  ( ไทยมิซูวะ โนะ คาโตะ เดส)
         ผมชื่อ คาโตะ จาก ไทยมิซูวะ (ชื่อบริษัท) ครับ

 A3 : Kojira kara o denwa itashimasu node ,  o denwa bangou wo onegaishimasu.
         ( โคจิรา คะระ โอะ เด้งวะ อิตะชิมัส โนะเด๊ะ , โอะ เด้งวะ บังโง- โวะ โอะเนงัยชิมัส )   
          แล้วจะแจ้งเพื่อให้ทางนี้โทรกลับไปค่ะ(ครับ) , รบกวนขอเบอร์โทรด้วยค่ะ(ครับ)

B3 : 7-1-2-7-0-4-7 desu.   ( นะนะ อิจิ นิ นะนะ เซโร่ โยะง นะนะ เดส )
         7127047 ครับ

A4 : Kurikae shimasu , 7-1-2-7-0-4-7 desune ?   
         ( คุริคาเอะ ชิมัส , นะนะ อิจิ นิ นะนะ เซโร่ โยะง นะนะ เดสเน๊ะ? )
 
        ทวนเบอร์นะค่ะ(ครับ) , 7127047 นะค่ะ(ครับ)

B4 :  Hi , sonotouri desu.  ( ไฮ , โซโน โท-ริ เดส )
          ครับถูกต้องแล้ว

 A5 : Kashikomarimashita (หรือจะใช้ Wakarimashita) , 
         
ITO ni tsutaemasu node , yoroshiku onegai shimasu.
         ( คะชิโคมะริมะชิตะ หรือ วะคะริมะชิตะ , อิโตะ นิ ทซึตะเอะมัส โนะเด โยโรชิคุ โอะเนงัย ชิมัส )
 
         ค่ะรับทราบแล้วค่ะ หรือ เข้าใจแล้วค่ะ(ครับ) , แล้วจะแจ้งให้คุณอิโตะทราบนะค่ะ(ครับ) ,
          ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ(ครับ)

* ส่วนใหญ่คนไทยจะพูดหรือจำคำว่า Kashikomarimashita ได้ยาก ที่จริงแล้วถ้าฝึกบ่อยๆ ก็คงจะจำได้ และควรใช้ คำนี้ แต่ถ้าจำไม่ได้จริงๆ ก็ใช้คำว่า Wakarimashita แทนก็ได้ครับ

      ที่จริงแล้วการสนทนาอาจมีรูปแบบต่างไปว่านี้อีกมาก เช่นผู้โทรอาจถามว่า ITO san จะกลับมากี่โมง หรือจะประชุมเสร็จกี่โมง ซึ่งถ้าจะให้ยกมาทุกกรณี ก็คง 30 หน้าไม่จบแน่ คุณๆก็คงจำกันสมองเปื่อยเลย 

 ผมเลยให้เคล็ดลับในการรวบการสนทนาทางโทรศัพท์เพื่อให้ผู้ที่โทรมา ไม่ถามอย่างอื่นที่เราอาจฟังไม่ออก คือพยายามชิงพูดในประโยค
A3 (ที่บอกว่าจะให้ทางนี้โทรกลับไป) หลังจากที่ทางนั้นบอกชื่อเสร็จ ให้ได้ก่อนที่ทางนั้นจะถามอย่างอื่น ก็เป็นอันเข้าทางเรา แล้วก็จะได้คุยกันรู้เรื่องไงครับ แต่ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็ใช้วิชาในบทก่อนๆที่เรียนมาตอบไปก้คงพอไปได้นะครับ

ผมคิดว่าเรื่องการสนทนาทางโทรศัพท์ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ก็คงมีเท่านี้ ทำความเข้าใจแล้วจำให้แม่นๆ แล้วไป บทที่ 9 กันได้เลยครับ


หากท่านมีคำถาม, ข้อสงสัยหรืออยากคุยกับผมก็ตามทั้งเรื่องภาษาญี่ปุ่นหรือเรื่องอะไรก็ตาม เขียนมาหาผมได้ที่ variety@jobbees.com
 เป็นภาษาไทย หรือ โรมันจิก็ได้ ยินดีทุกเมื่อครับ

Table of Content:

บทที่ 1   การอ่านออกเสียง,ตัวสะกด, และ สระต่างๆ

บทที่ 2   ตัวเลข ในภาษาญี่ปุ่น

บทที่ 3   คำทักทายต่างๆ และการแนะนำตัว

บทที่ 4   คำแสดงความยินดี และแสดงความเสียใจ

บทที่ 5   ปีและเดือนในญี่ปุ่น

บทที่ 6   วันในญี่ปุ่น 

บทที่ 7   เวลาในญี่ปุ่น

บทที่ 8   บทสนทนาทางโทรศัพท์

บทที่ 9   การสนทนาเมื่อมีผู้มาเยือนที่บริษัท  


(C) Copyright 1999 Jobbees.com
Suggestions: webmaster@jobbees.com