เนื่องจากประเทศไทยประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
คนไทยในประเทศไม่ว่าจะเป็นประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน
ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ประชากรที่อยู่ในตลาดแรงงาน
หรือสถานประกอบการที่ขาดแคลนแรงงานในสาขาที่ต้องการ
จะต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
แลุควรจะต้องนำบทเรียนเกี่ยวกับแรงงานไทยที่มีผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจ
เพื่อนำมาวางแผนและเตรียมความพร้อม
เพราะไม่มีใครสามารถจะบอกได้ว่าเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะวิกฤติมากยิ่งขึ้นหรือไม่
และสามารถมองบทบาทของตนเองในสังคมที่เปลี่ยนไปได้ผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
หรือผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา
ไม่ควรเลือกงานและจะต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงจากสภาวะเศรษฐกิจ
หากคนใดมีโอกาสศึกษาต่อควรจะศึกษาต่อ
และถ้าบุคคลใดมี่ความจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีอายุระหว่าง
15-25 ปี
ก่อนที่เข้าสู่ตลาดแรงงานควรจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเข้างาน
โดยได้รับการแนะแนวอาชีพและการฝึกเตรียมเข้าทำงาน
ทั้งนี้จะต้องได้ข้อมูลอย่างถูกต้อง
เพื่อสามารถเลือกประกอบอาชีพได้ตามความถนัดของแต่ละคน
นอกจากจะมีการแนะแนวอาชีพจากกรมการจัดหางานแล้ว
เยาวชนจะต้องเตรียมเข้าทำงาน
เพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงาน
โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาฝีมือแรงงาน
ซึ่งเป็นการฝึกอาชีพช่างเบื้องต้นให้แก่เยาวชนอายุระหว่าง
15-25 ปี
ที่จบการศึกษาระดับประถมศึกษาภาคบังคับ
จนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น
ซึ่งไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อ
และว่างงาน
และให้บริการจัดหางาน
ทั้งนี้ประชากรในวัยทำงานจะต้องเตรียมตัวก่อนเข้ารับการพิจารณาจ้างงานจากสถานประกอบการ
หรือนายจ้างดังนี้
- รู้จักตนเองก่อนสมัครงาน
- ความสนใจ
ผู้สมัครงานต้องรู้แน่ชัดว่าชอบหรือไม่ชอบงานลักษณะใดบ้าง
ถ้าคุณชอบก็หมายความว่าสนใจในงานนั้นด้วย
- ความสามารถ
โดยประเมินจากประสบการณ์ต่างๆ
ที่ผ่านมาและการทดสอบ
- บุคลิกส่วนตัว
ว่ามีบุคลิกเหมาะสมกับงานอาชีพใดบ้าง
- การศึกษา
ว่าอยู่ในระดับ ดี ปานกลาง
หรือพอใช้
- การฝึกงานในขณะเรียน
การฝึกงานอย่างเอาใจใส่
สนใจซักถามเรื่องราวต่างๆ
เกี่ยวกับงานที่ฝึก
ซึ่งจะมีผลต่อความสำเร็จในการหางานทำ
- ทักษะในการสื่อข้อความ
- ความรู้คอมพิวเตอร์
โดยเฉพาะความรู้ในการใช้ PC
คอมพิวเตอร์ การใช้ Software
พื้นฐานต่างๆ เช่น Word Processing Lotus และ dBase
เป็นต้น
- วิชาเอกที่เรียน
การเรียนวิชาเอกอย่างมีเป้าหมาย
จะช่วยให้ตัวของคุณพบกับความสำเร็จในการมองหางานทำได้เป็นอย่างดี
- กิจกรรมนอกหลักสูตร
แสดงให้เห็นถึงความสำพันธ์และความสามารถในการเผชิญหน้ากับผู้ที่เราร่วมงานด้วย
ประสบการณ์ในการทำงานนอกเวลา
จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรับผิดชอบในสิ่งต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ทำงาน
- รู้แหล่งข้อมูลการสมัครงาน
- การติดต่อเป็นส่วนตัว
เช่น ญาติ เพื่อน
หรือคนรู้จักมักคุ้น
- สำนักจัดหางานเอกชน
ควรตรวจสอบก่อนว่า
สำนักงานนั้นได้จดทะเบียนกับกรมจัดหางาน
กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแล้ว
หรือไม่ เพื่อป้องกันการหลอกลวง
- สถาบันการศึกษาต่างๆ
ซึ่งมีบริษัทหรือหน่วยงานไปปิดรับประกาศสมัครงานไว้เสมอ
- กรมการจัดหางาน
โดยติดต่อโดยตรงที่สำนักจัดหางานกรุงเทพ
กรมแรงงานจัดหางาน 9 พื้นที่
สำนักงานจัดหางานจังหวัด
สำนักงานจัดหางานอำเภอทั่วไป
- ประกาศจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ
เช่น หนังสือพิมพ์ สถานีวิทยุ
โทรทัศน์
- งานนัดพบแรงงาน
เป็นงานที่จัดให้คนหางาน
และนายจ้างได้มีโอกาสพบกัน
และคัดเลือกกันโดยตรง
- รู้ข้อมูลการสมัครงาน
ผู้สมัครงานควรต้องรู้จักทักษะที่จะไปสมัครงาน
ทั้งนี้จะต้องรู้ว่าบริษัทนั้นดำเนินธุรกิจประเภทใด
เช่น อุตสาหกรรมบริการ
หรือค้าขายผล
ผลิตของบริษัทนั้นคืออะไร เช่น
เครื่องไฟฟ้า
เครื่องคอมพิวเตอร์ การเงิน
การธนาคาร และที่ตั้งของบริษัท
การเดินทางอย่างไร
บริษัทมีสวัสดิการ รถรับ-ส่งหรือไม่
และรู้ตำแหน่งงานคือ
จะต้องรู้ลักษณะงาน
ควรจะทราบว่าตำแหน่งที่ประกาศรับสมัครมีเนื้องานอะไรบ้าง
เนื้องานย่อยเหล่านั้นจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ตำแหน่งงานที่รับสมัครซึ่งต้องปฏิบัติงานสัมพันธ์กับตำแหน่งใดบ้าง
และค่าตอบแทน เช่น เงินเดือน
ค่าคอมมิชชั่น โบนัส เป็นต้น
- มีข้อคิดสำหรับการเลือกอาชีพ
- ผู้ที่จะตัดสินใจเลือกอาชีพควรรู้จักตนเองให้ดีเสียก่อน
โดยเฉพาะในด้านอุปนิสัย
ความสามารถ ความสนใจ บุคลิกภาพ
ทัศนคติที่เกี่ยวกับอาชีพนั้น ๆ
- ควรมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ
ลักษณะของงานอาชีพ
สถานที่จะศึกษาอาชีพนั้นๆ
ความก้าวหน้า
และความมั่นคงของงาน
ตลอดจนความต้องการของตลาดแรงงาน
- พิจารณาว่าอาชีพที่เลือกนั้นเหมาะสมกับความรู้
และความสามารถที่มีอยู่ หรือไม่
กลุ่มประชากรที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ซึ่งกำลังจะจบการศึกษา
ควรได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพ
ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาบุคลากรควรให้ความสำคัญ
และหาแนวทางในการพัฒนาประชากรกลุ่มนี้ให้มีประสิทธิภาพที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
สำหรับผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงานก็ควรทำงานไปก่อน
ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะเปลี่ยนงานในขณะนี้
หรือผู้ที่สถานประกอบการกำลังจะปิดกิจการ
ก็ต้องเตรียมตัวรับกับสภาพเศรษฐกิจ
ต้องไม่เลือกงาน
และสามารถเลือกประกอบอาชีพอิสระได้
โดยนำเงินค่าชดเชยที่ได้รับจากสถานประกอบการมาร่วมกันลงทุน
หากผู้ใดไม่มีเงินทุนในการลงทุนในกิจการขนาดเล็กๆ
ก็สามารถติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการขอความช่วยเหลือได้
นอกจากผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
และผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงานแล้ว
สถานประกอบการหรือนายจ้างก็ควรต้องเตรียมความพร้อมในการที่จะรองรับสถานการณ์ในขณะนี้เช่นเดียวกัน
ดังนั้น
การหางานทำในภาวะเศรษฐกิจประชากรในวัยทำงาน
จะต้องมีการเตรียมความพร้อม
และสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันให้ได้
หากทุกคนมีความพร้อมและสามารถปรับตัวได้จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
|