III.
การเดินทางจนย่างก้าวเข้าบริษัท
.นักการตลาดที่ดีต้องตรงต่อเวลา
เพราะเวลาของลูกค้าเป็นเงินเป็นทอง
ท่านไม่ควรไว้ใจขนส่งมวลชนในกรุงเทพๆ(ยกเว้นรถไฟฟ้า)
ควรเผื่อเวลาไว้ให้มากซักหน่อยมาก่อนเวลาไม่แปลกอะไร
เดินเตร่ๆแถวนั้นรอเวลาไปก่อน
ดีกว่าไปสาย
สำหรับท่านที่มีพาหนะส่วนตัว
ผมได้เห็นมามากต่อมากแล้วกับท่านที่มาถึงที่หมายตรงเวลา
แต่กลับขึ้นมาสัมภาษณ์สายไปกว่า
15-30 นาที เพราะหาที่จอดรถไม่ได้
ถึงได้ที่จอดแล้ว
ก็ต้องเสียเวลาเดินจากที่จอดรถมายังชั้นที่ตั้งของบริษัท
และบางที่รอลิฟต์นานหรือไม่ลิฟต์ก็เต็ม
เหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อเวลาทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นในการสัมภาษณ์งานในกรุงเทพๆ
ให้เผื่อเวลาเหล่านี้ไว้ด้วย
แต่ถ้าไปสัมภาษณ์งานตามโรงงานชานเมืองก็ไม่ต้องเผื่อเวลามากนัก
เดี๋ยวไปเร็วเกินไปไม่รู้จะไปเดินเตร่ที่ไหน
การมาสายของท่านบางทีอาจทำให้ท่านหมดโอกาสกับบริษัทนั้นไปเลยก็ได้
เพราะบางทีการสัมภาษณ์
เวลาได้ถูกกำหนดไปแล้วหรือถ้าได้สัมภาษณ์ท่านก็จะดูไม่ดีเสียแล้ว
ในกรณีที่ท่านประสพปัญหาจริงๆเช่น
อุบัติเหตุ
หรือเหตุสุดวิสัยจริงๆ
ควรหาทางติดต่อกับบริษัทเพื่อขอคำแนะนำดีกว่าไปสายแล้วค่อยอธิบาย
.นักขายและการตลาดที่ดีต้องช่างสังเกต
เก็บรายละเอียดต่างๆที่ท่านเห็นตั้งแต่ที่ย่างก้าวเข้าไป
และพยายามหาข้อดีต่างๆของบริษัทนั้นเก็บไว้
แล้วพยายามหาจังหวะสอดแทรกในช่วงของการสัมภาษณ์
เป็นการชมหรือยกย่องสิ่งดีๆของบริษัทนั้น
เช่นที่นี่จัดโต๊ะน่าทำงานจังเลย,
พนักงานต้อนรับดีมาก,
สถานที่หาง่าย
และอื่นๆอีกมากมาย
แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง
และไม่ควรพูดจนมากเกินไป
เพราะอาจดูเป็นการประจบประแจงได้เช่นกัน
ลักษณะเช่นนี้ในทางการขายและการตลาดก็ต้องนำมาใช้ในการเข้าพบลูกค้าเช่นกัน
เป็นการสร้างความประทับใจแรกเจอ
คนทุกคนชอบให้คนชมหรือยกย่องด้วยกันทั้งนั้น
และจะทำให้สมองเปิดรับข้อมูลของสินค้าและบริการจากเราได้มากขึ้นและในแง่ดีด้วย
|